หมู่บ้านเล่าสิบ..ในความทรงจำเมื่อวันวาน

หมู่บ้านเล่าสิบ..ในความทรงจำเมื่อวันวาน

            โดย : กู๊เหญี่ยน  อิ้วเมี่ยน

 

         ไม่อาจบอกได้ว่าฉันรู้สึกดีใจสักเพียงใด ที่ได้กลับมาเยือนหมู่บ้านเล่าสิบอีกครั้ง มันเหมือนกับฉันหลับแล้วตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าความฝันเป็นจริง หลายปีมาแล้วที่ชีวิตของฉันวนเวียนอยู่ในวงจรของกิจวัตรประจำวันที่ซ้ำซาก เหมือนกับว่าชีวิตมันหยุดอยู่ตรงจุดนั้นอย่างเนิ่นนานและเชื่องช้า จนบางครั้งฉันสับสนหาทางออกไม่เจอ

ลืมไปว่าอดีตฉันเป็นใคร ความใฝ่ฝันของฉัน จุดหมายปลายทางที่คาดหวังคืออะไร สิ่งที่ฉันรักนับวันยิ่งห่างไกลความเป็นจริง ฉันเดินห่างออกจากจุดหมายที่วาดหวังออกไป..ไกลขึ้น..ไกลขึ้น..สิ่งที่ต้องการจะทำ สิ่งที่ฉันรัก ถูกทดแทนด้วยความจำเป็นเร่งด่วนในชีวิตประจำวัน ความพริ้วไหวแห่งจินตนาการ ถูกกดทับไว้ด้วยภาระต่าง ๆ มากมายและหนักอึ้ง

          เมื่อได้กลับมายังหมู่บ้านแห่งนี้อีกครั้ง ทำให้ฉันรู้สึกว่า ฉันหลงลืมตัวเองไปเสียนาน ฉันถูกทำร้ายมาโดยตลอด จากทุกสิ่งที่รุมเร้าเข้ามาในชีวิต แม้นว่าชีวิตจริงสิ่งที่ฉันต้องการจะทำกับสิ่งที่ฉันจำเป็นต้องทำไม่อาจไปด้วยกันได้ ด้วยข้อจำกัดในตัวของฉันเอง แต่ฉันก็คิดว่าบางทีฉันก็ควรทำในสิ่งที่ฉันต้องการจะทำเพื่ออิ้วเมี่ยนบ้าง แม้จะเป็นเพียงหนึ่งในร้อยก็ยังดี มันคงทำให้ฉันมีความสุขใจขึ้นมาบ้าง และแล้ว..ฉันก็ค้นพบตัวเองอีกครั้ง เมื่อได้มาทบทวนเรื่องราวเก่า ๆ ที่นี่ แม้ว่าสภาพต่าง ๆ ของหมู่บ้านอาจเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาและเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่แปรเปลี่ยนไป เริ่มตั้งแต่ถนนหนทางเข้าหมู่บ้านสะดวกสบายมากขึ้น อาคารบ้านเรือนดูแปลกตาไปมากทีเดียว เด็กๆที่ฉันรู้จักและคุ้นเคยเติบโตเป็นหนุ่มสาวกันแล้ว บางคนก็มีครอบครัวและหลายคนออกจากหมู่บ้านไป เพื่อหางานทำ เพื่อศึกษาต่อ คนเฒ่าคนแก่ที่ฉันรู้จักหลายคนยังคงมีสุขภาพแข็งแรงดี โดยเฉพาะองหยุ่นจ้อยท่านเป็นบุคคลที่ฉันให้ความเคารพนับถือมาก เพราะท่านเป็นผู้รู้เรื่องภูมิปัญญาของชาวเมี่ยนที่ฉันมีโอกาสได้รู้จักและเรียนรู้กับท่าน ฉันรู้สึกดีใจที่ท่านยังมีสุขภาพที่แข็งแรงและฉันก็รู้สึกผิดหวังในตัวเองและเสียใจไม่น้อยที่ห่างหายจากที่นี่ไปเสียนาน แต่ที่นี่ยังคงมีหลายสิ่งที่ประทับใจฉัน นั่นคืออัธยาศัยไมตรี ความมีน้ำใจ ที่ทุกคนมีให้ไม่เสื่อมคลาย

        ช่วงเวลาที่ฉันอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ ตอนกลางคืนฉันจะสอนเด็ก ๆ ร้องเพลงแล้วเราก็มีกิจกรรมที่สนุกสนานเล่นด้วยกันเกือบทุกคืน หลังจากที่พวกเขาหมดชั่วโมงเรียนภาษาเมี่ยน ทำให้เด็ก ๆ กลายเป็นเพื่อนที่ต้องดูแลฉันทั้งเวลาที่อยู่ในหมู่บ้านและเดินทางไปในที่ต่าง ๆ จนเกิดเป็นความผูกพันที่พวกเรามีต่อกัน

        มีอยู่เหตุการณ์หนึ่งที่ฉันไม่มีวันลืมเลยก็คือ วันนั้นผู้ชายเกือบทั้งหมดทั้งหมู่บ้าน พากันขึ้นรถปิคอัพเพื่อไปซื้อข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ บนดอยแม่สะลองเตรียมงานแต่งงาน สิ่งหนึ่งที่จำเป็นต้องใช้ก็คือสุรานั่นเอง ก็เป็นปกติธรรมดาหากว่าวันนั้นไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาในหมู่บ้านแล้วเลยขึ้นไปดักรออยู่ตรงทางแยกบ้านอาแหละ ซึ่งเป็นทางลัดและทางเส้นเดียวที่คณะซื้อของจะเดินทางกลับมา ชาวบ้านที่เหลืออยู่ในหมู่บ้านกังวลกันมาก ไม่ว่าจะเป็นคนเฒ่าคนแก่แม้แต่เด็ก ๆ พวกเรากลัวว่าคณะที่กลับมาจากดอยแม่สะลองจะถูกตำรวจตรวจค้น หากพบสุราก็อาจถูกจับกุมในที่สุด ในขณะนั้นทั้งหมู่บ้านมีคนขับมอเตอร์เป็นคือฉันเพียงคนเดียวเท่านั้นและฉันก็รู้ตัวดีว่าฝีมือของตัวเองเป็นอย่างไร ที่ผ่านมาขณะขับมอเตอร์ไซด์ขึ้นทางเข้าหมู่บ้านเล่าสิบฉันยังไม่กล้าเลย แต่วันนี้มีความจำเป็นมาก ดังนั้นฉันจึงต้องอาสาเป็นหน่วยกล้าตาย ขับมอเตอร์ไซด์ไปบอกคณะที่ไปซื้อของที่ดอยแม่สะลอง ครั้นจะไปทางถนนใหญ่ที่ลาดยางก็เกรงว่าจะช้าไม่ทันกาล ฉันจึงตัดสินใจให้เลาหลู่ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนชายไปเป็นเพื่อนด้วย แล้วก็ขับมอเตอร์ไซด์ไปอย่างรีบเร่ง เราพบกับตำรวจทั้งสองนายตรงสามแยก เจ้าหน้าที่ตำรวจคงแปลกใจไม่น้อยที่จู่ ๆ ก็มีหญิงสาวแต่งตัวสมบุกสมบันกับเด็กผู้ชายผ่านมาทางนี้ พวกเขาถามฉันว่ากำลังจะไปไหน ฉันตอบเพียงว่าจะไปเที่ยวดอยแม่สะลองแล้วอยากลองมาทางลัดบ้าง ซึ่งขณะนั้นในสมองของฉันคิดแต่ว่าทำอย่างไรจึงจะพบกับคณะที่ไปซื้อของก่อนที่พวกเขาจะเจอกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากนั้นฉันก็ขับรถต่อไปอย่างรวดเร็ว ทั้ง ๆ ที่สภาพถนนขรุขระและเป็นดอยสูงชันมาก เพื่อให้ทันกับคณะที่จะลงมา ฉันรีบหนีตำรวจด้วยระยะทางประมาณสองกิโลเมตร ฉันก็สวนกับรถปิคอัพ ฉันรีบบอกพวกเขาว่าตำรวจกำลังรออยู่ที่สามแยกบ้านอาแหละ ให้รีบนำสุราไปซ่อนไว้ข้างทางก่อน แล้วฉันก็พาเลาหลู่ขึ้นดอยแม่สะลอง เราอยู่ที่ดอยแม่สะลองจนถึงเย็น ครั้นจะกลับทางเดิมก็ไม่กล้าอีกแล้วเพราะฉันเป็นโรคกลัวความสูง จะกลับทางถนนลาดยางก็กลัวตำรวจพวกนั้นจะดักรอ พวกเขาต้องรู้แน่ชัดว่าฉันเป็นสายลับให้แก่ชาวบ้าน เพราะขณะที่ตำรวจพบกับชาวบ้านนั้นอบอวลไปด้วยกลิ่นสุรา แต่ไม่พบหลักฐานอันใดเลย จนในที่สุดฉันต้องกลับทางเดิมอีกครั้ง จิตใจฉันหวาดกลัวทั้งสภาพถนนความมืดและตำรวจ พอกลับถึงหมู่บ้านปรากฎว่า ทุกคนรอคอยการกลับมาของฉัน ด้วยความกระวนกระวายใจและห่วงใย กลัวว่าฉันจะถูกตำรวจจับหรือเกิดอุบัติเหตุ ฉันซาบซึ้งในความห่วงใยที่ทุกคนมีให้และเก็บความภาคภูมิใจไว้ ที่สามารถช่วยชาวบ้านให้พ้นจากตำรวจในครั้งนี้ได้ หากไม่เช่นนั้นแล้วชาวบ้านอาจต้องสูญเสียเงินทองและอาจส่งผลกระทบถึงพิธีแต่งงานที่จะจัดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้านั้นได้

        จากเหตุการณ์คราวนั้น ฉันในฐานะนักศึกษาฝึกประสบการณ์ ผู้ซึ่งมีหัวใจเปี่ยมล้นด้วยการแสวงหาความถูกต้องและความเป็นธรรม มีความคิดว่าระเบียบและข้อปฏิบัติในสังคมควรประกอบไปด้วยกฎหมาย มนุษยธรรม คุณธรรมจริยธรรมและจารีตประเพณีของชนกลุ่มต่าง ๆ  ในสังคมใดก็ตามที่ผู้ปฏิบัติและผู้ถูกปฏิบัตินำสิ่งเหล่านี้มาใช้อย่างกลมกลืนแล้ว เมื่อนั้นย่อมก่อให้เกิดการมองเห็นและความเข้าใจซึ่งกันและกันอย่างลึกซึ้ง สังคมจะหลุดพ้นไปจากความสุดโต่งจากความแข็งกระด้างและเย็นชา ทว่ากลับบรรลุถึงความสมดุลชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นพื้นฐานของการพัฒนาทางจิตวิญญาณ

        ฉันยังจำได้ภาพคืนก่อนที่ต้องลาจากหมู่บ้านเล่าสิบนั้น พวกเราร่ำลากันที่บทเพลงคำสัญญา ด้วยน้ำตาแห่งความอาลัย เด็ก ๆ อวยพรให้ฉันเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ อย่าให้รถติด ( หล่ม ขี้โคลน ) ฉันคิดว่าหลายคนที่หมู่บ้านเล่าสิบ คงยังมีความทรงจำเหล่านี้บ้าง ส่วนตัวฉันรู้สึกว่ายังไม่นานเลย สำหรับระยะเวลา 8 ปี ที่ผ่านมา มันเหมือนวันวานทุกอย่างยังคงกระจ่างชัดอยู่ในความรู้สึก อยู่ในความทรงจำและจะกระจ่างเช่นนี้ตลอดไป

        ขอขอบคุณสมาคม IMPECT และเครือข่ายอิ้วเมี่ยน ที่ทำให้ฉันค้นพบตัวเองอีกครั้ง ฉันคิดว่าฉันคงไม่มีโอกาสทำอะไรให้อิ้วเมี่ยนอีกแล้ว แต่วันนี้ฉันภูมิใจและจะไม่ให้โอกาสนี้สูญหายไป..

 

ศ.ว.ท./IMPECT. บันทึกจากคนภูเขา. ชีวิตบนดอย. บีเอสดีการพิมพ์. เชียงใหม่, 2545.

Views: 15

Reply to This

Replies to This Discussion

LaoTzu กล่าวว่า “When I let go of what I am, I become what I might be”
เญยมีเพื่อนอยู่ที่เลาสิบเดียวบอกเขาเอามาลง
ขอบคุณมากนะคะ อเล็กซ์ ที่เข้ามอ่านก็เป็นเพียงอีกหนึ่งความทรงจำที่ประทับใจของอาต่อน่ะค่ะ

ความผูกพันต่อมิตรภาพ

อย่าได้แปรค่าเป็นอื่น

ไม่ว่าเงินทองสิ่งของหรือสิ่งใด

เป็นความรู้สึกดี ๆ ที่ร่วมสร้าง

         มิตรภาพมีความหมาย

        ไม่ว่าวันนี้...วันวานหรืออนาคต

        ไม่ว่าสุขหรือทุกข์หรือในสถานการณ์ใด

ความผูกพันต่อมิตรภาพ

ความรู้สึกเท่านั้นที่สัมผัสได้

สบสายตากันก็เข้าใจ

มิตรภาพมั่นคงเสมอมา...

 

เมื่อใดที่เราต้องอยู่ด้วยกันท่ามกลางความมืดมิด เราจะฝันเห็นดวงตะวันร่วมกัน...ขอร่วมไว้อาลัยกับการสูญเสียจากแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น

หวัดดีคับผมเปนคนบ้านเลาสิบนะคับ

ขอบคุณคับที่นำสิ่งดีฯฯมาสู่หมู่บ้านคับ

 

Reply to Discussion

RSS